บทเรียนของผู้ชนะที่เปลี่ยนเป็นผู้แพ้ในศึกบิ๊กแมตช์mma

423

ภายหลังจบศึกบิ๊กแมตช์ไปหมาดๆระหว่างการประจันหน้ากันของ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์

นักต่อยสุดเหี้ยนแม้กระนั้นฝีมือเก่งฉกาจฉกรรจ์ ของแวดวงmma กับ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ ที่มีความชำนาญการจับล็อคหนักแน่น ดีกรีแชมป์
ซึ่งสุดท้ายข่าวสารที่ดังมากกว่าผลของการต่อยมันก็คือเหตการณ์ต่อสู้ที่มีเกิดขึ้นในสนามข้างหลังเกมการแข่งขัน ซึ่งมีการเข้าปะทะกันทั้งทีมงานคนดูแลของนักสู้ รวมทั้งบรรดาเพื่อนฝูงนักสู้ผู้อื่นรวมทั้งตัวนักสู้เองที่ร่วมวงกันทั้งสองฝ่าย
ถ้าเกิดนี่เป็นกีฬาชกมวยปลุกปล้ำสายโชว์แน่ๆว่าเรื่องราวของการทะเลาะทั้งยังในและก็นอกสนาม จะเป็นสีสันให้กำเนิดความสนุกสนานความมันส์ต่อผู้ชม แต่ถ้าว่า mmaไม่ใช่ ซึ่งผลพวงที่เกิดขึ้นนั้นตามมาได้อีกทั้งผลทางคดี และก็โทษแบนรวมทั้งค่าเสียหายค่าปรับอีกเยอะแยะ
แม้ว่าจะเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า อีกทั้ง แมคเกรเกอร์และก็คาบิบ นั้นมีปัญหาร้ายแรงต่อกันตลอดมาก่อนเกมการต่อยจะมีขึ้น รวมทั้งยังทวีความแย่ลงกว่าเดิมร้ายแรงถึงกับขนาดมีการดักรังแก แต่ว่าผู้ใดกันเลยจะคาดหมายว่าจะมีเหตบานปลายร้ายแรงเกิดขึ้นได้ตอนหลังเกมการต่อย
เนื่องจากว่าโดยธรรมดาแล้วการผลิตวิวาทะหรือหาเงื่อนชนวนความไม่ถูกกันให้มีเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเปิดศึกนั้น นับว่าเป็นแนวทางพื้นๆที่ใช้กันมานานมากโบราณ รวมทั้งยังถูกใช้ในแวดวงต่อสู้อื่นๆทั้งยัง มวยสากลหรือที่ใช้กันอย่างมากเกินไปยอดฮิตมากมายๆก็คือมวยปล้ำ เพื่อกำเนิดความมีซีรีย์เรื่องราว อันจะสามารถเพิ่มความพอใจติดตามมองของผู้ชมได้มากขึ้น มีผลถึงยอดจำหน่ายบัตรรวมทั้งยอดเปเปอร์ทิวทัศน์ อย่างล้นหลาม แต่ก็ตามหลายต่อหลายเกมที่มีเรื่องมีราวราวทำนองนี้ ชอบจบสิ้นลงด้วยการประสานมือกันไหมได้มีความแค้นฝังลึกอะไรต่อกันอย่างแท้จริง เหมือนต่างรู้กันว่ามันเป็นเคล็ดลับเชิงการตลาด
แต่ว่าเมื่อเคล็ดลับนี้ถูกประยุกต์ใช้ด้วยโดย แมคเกรเกอร์ มันก็ถูกใช้ออกอย่างค่อนข้างจะสั้นแล้วก็แอบแฝงความชั่วช้าสารเลวแบบไม่มีขอบเขต กระทบล้ำเส้นไปถึงหลายหัวข้อที่ไม่สมควรถูกนำเอามาใช้ มีการเล่นแรงหรือซ่อนเร้นความรู้สึกว่ามีการดูถูกกันอย่างเอาจริงเอาจัง เกิดขึ้นจริงๆมันไม่ใช่การเสแสร้ง!!!
คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ ภายหลังนำเอาความเก็บกดโกรธแค้นฝังแน่นเอาไว้จำนวนมาก ทั้งยังโดนเสียงดูหมิ่นเหยียดหยามจากข้างเวทีกันแบบใหม่ๆระหว่างการต่อสู้ ผลที่เกิดเป็นความพากเพียรจะหักฟันกราม ของแมคเกรเกอร์ที่เสียทีให้อยู่นั้น หมายเอาถึงขนาดให้ทุพพลภาพเสียมวยไม่บางทีอาจขึ้นสังเวียนได้อีกอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าแมคเกรเกอร์ยังโชคดีที่ผู้ตัดสินยังมายุตำหนิสกัดเอาไว้ได้ ซึ่งคาบิบเองก็ไม่ยินยอมใช้เวลากับการแสดงอาการชอบใจจากผลของชัยอะไร กลับรีบไต่ออกนอกกรงไป มีเรื่องมีราวต่อนอกเวทีโดยทันที และก็ทำให้ทั้งยังนอกเวทีแล้วก็ในเวทีกำเนิดคู่มวยผิดกติกา นอกกฏข้อตกลงรวมทั้งกฏหมายกันหลายคู่
ผลปรากฏว่าเป็น ถึงแม้คาบิบจะเป็นผู้ชนะ แม้กระนั้นยังมิได้รับค่าตอบแทนอะไร รวมทั้งไม่บางทีอาจฟ้องได้เพราะถูกอายัดโดยกฏหมายที่เมือง ทุ่มเทฝึกฝนมาอย่างมากต่อสู้มาเยอะแยะ ผลที่เกิดเป็นแทบจะเสียเปล่าและก็ยังจะถูกแบนการต่อยอีกเป็นปี หรืออาจจะก่อให้ถูกปลดจากแชมป์ได้อีกด้วย เท่านั้นไม่พอควรต้องรับผลจากค่าเสียหาย แล้วก็ค่าทำขวัญต่างๆถึงแม้ทางข้างแมคเกเกอร์จะไม่เอาความก็ตาม แต่ว่าบาบิบสร้างผลร้ายต่อหลายส่วน
ทำให้ในที่สุดแมคเกรเกอร์ได้ กล่าวไว้อย่างเจ็บแสบว่า “พวกเราบางทีอาจแพ้ศึกแต่ว่าพวกเราชนะสงคราม”