ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือ

429

นับเป็นเวลาหลายวันมานี้ได้มองเห็นเรื่องราวหนึ่งตามสื่อเครือข่ายสังคมต่างๆเป็นตู้ปันสุข

ที่มีหลายครอบครัวลงมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมกันเองโดยไม่มีกันข้องแวะกับทางเมือง นับเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤตที่ดีอย่างนึง

แต่ว่ามีคำถามที่ต้องถามกลับมาภายหลังจากกำเนิดดราม่าในสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คว่า ที่จริงแล้วตู้ปันสุขเนี่ยมันเหมาะสมกับสภาพสังคมไทยใช่หรือ ภายหลังปรากฏภาพข่าวสารที่ว่าคนมาแย่งของในตู้กันกระทั่งหมดภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 นาที

คนเขียนต้องการจะชี้แจงในวงเสวนาที่กำลังโต้เถียงกันเรื่องปัญหาที่ว่า ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือไม่ แต่ว่าก็เกรงว่าจะโดนคนที่มีคุณธรรมเด่นกว่าราษฎรเค้ารุมกระทืบเอา (ฮ่า)

กลับมาที่คอนเซ็ปของตู้ปันสุขกันก่อนจะไปเอ่ยถึงเรื่องจริยธรรมต่างๆแคมเปญตู้ปันสุขนี้ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตก แบบอย่างที่มีให้มองเห็นก็โครงงานแบ่งปันหนังสือ หรือพวก free food ต่างๆแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สังคมตะวันตกให้ความเอาใจใส่กับการแบ่งปันก็คือบรรทัดฐานที่พวกเค้าใช้มองดูตนเองนั่นแหละ ของกินที่เค้าเอามาแบ่งก็คือของกินที่เค้าสามารถกินได้ในทุกวี่วัน ไม่ใช่ มาม่า ไข่ น้ำมันพืช ของหวานก๊อบแก็บ ห้าบาทสิบบาท ปลากระป๋อง อะไรอย่างนี้ โน่นทำให้เห็นว่าดูหนังออนไลน์ ผู้ที่เค้าเอามาให้เนี่ย นอกเหนือจากไม่ประเมินด้วยบรรทัดฐานของตนเองแล้วยังตีค่าผู้ที่รับตามสิ่งที่แจกด้วยเช่นเดียวกัน

พอเพียงมีใจความสำคัญเรื่องคนยากจน คนประสบทุกข์เข้ามาเกี่ยวพันแล้ว ก็จะมีคนชนิดที่คุณธรรมสูงศักดิ์กว่าประชาชนออกมาประนาม รุมสาปคนยากจน พูดว่าคนยากจนไทยเป็นพวกเห็นแก่ตัว ไม่มีมรรยาท โลภมาก แตกต่างกันไปแม้กระนั้นไม่นึกถึงว่าผู้ที่มีลักษณะพวกนี้ไมได้มีเพียงแค่คนยากจน ทดลองหันไปมองดูพวกชนชั้นกลางหรือพวกคนมั่งมีก็มีลักษณะของการเอาชีวิตรอดอย่างงี้ไม่ได้แตกต่างกัน ดีไม่ดีหนักกว่า แนบเนียนกว่าการไปรุมแย่งไข่หรือปัดกวาดซองมาม่าด้วย

คอนเซปจริงๆของแผนการแบ่งปันของกินให้ผู้ที่ได้รับผลพวงจากวิกฤตต่างๆนี้มันอยู่ที่ คนให้กับผู้รับไม่ต้องมามีความเกี่ยวข้องกัน ผู้รับก็ไม่ต้องมามีความคิดว่าดวงดีคุณกัน ไม่ต้องมารับของจากมือถ่ายภาพลงโซเชี่ยลว่า ฉันมาทำความดีแล้วนะด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลพวกไม่ค่อยได้รับโอกาศเหล่านี้ แต่ว่าพอเพียงมีตู้ปันสุขในฉบับชาวไทยปุ๊ป ก็ควรมีการต่อว่าดกล้องรอดูราวกับว่าตัวเองนั้นเป็นพวกนักบุญ เอาตู้ปันสุขมาทดลองคุณธรรมของคน แล้วยกฐานะจริยธรรมของตนว่าดีเลิศกว่าคนกลุ่มนี้ที่มารอคอยรุมทึ้งของบริจาค เสร็จและจากนั้นก็เอามาลงโซเชี่ยล ติเตียนดูถูกดูแคลนเหยียด เหมือนกับว่าตนเองเด่นกว่ามนุษย์มนาทั่วๆไป (แม้กระนั้นตนเองก็ฝ่าฝืน privacy หรือแม้กระทั้งคอนเส็ปของตู้ปันสุขก็ไม่สนใจอีกด้วยว่ามีเพื่ออะไร)