จะคืออะไรเมื่อเมืองเริ่มมุ่งสร้างความชอบใจให้กับวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

306

ก่อนหน้านี้จะมองเห็นได้ว่าบรรยากาศความไม่สบอารมณ์ของบรรดาเหล่าผู้ประกอบอาชีพ

วินรถจักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะมีกรณีหลายสาเหตุที่สร้างความรู้สึกบาดหมางต่อรัฐบาล รวมทั้งยังมีกรณีเรื่องกรณีพิพาทกับ อูเบอร์รวมทั้งเอ็งร็บคาร์ ที่ทำให้เกิดคำเรียกร้อง ผ่านการรวมตัวรวมกันของวินจักรยานยนต์อยู่ตลอดและไม่ได้รับการโต้ตอบจากที่พึงพอใจมากเท่าไรนัก แต่ทว่าในตอนของบรรยากาศที่จำเป็นต้องรีบหาคะแนนเสียงซื้อใจสามัญชนและก็หลีกเลี่ยงความโกรธเคืองนั้น เริ่มมีแบบพื้นที่การ ส่งสัญญาณเข้าพบเข้าช่วย วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง
ซึ่งปัจจุบันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้สั่งให้ กระทรวงพลังงาน และก็กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาร่วมกันแสวงหาวิถีทางกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกหลักการกฎเกณฑ์ ช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง
แต่ทว่าวิถีทางที่จะใช้ ตอนท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะออกมาในลักษณะของการอุ้ม ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ให้แก่เหล่าบรรดารถยนต์มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง
แต่ก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง ที่กำลังจะได้รับการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้นต้องเป็นคนที่ขึ้นบัญชีกับกรมการขนส่งทางบก และก็เป็นผู้ถือบัตรผลประโยชน์ที่เมืองเพียงแค่นั้น ซึ่งเมืองจะกระทำช่วยอุดหนุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจากผลของการประเมินพบว่าจะมีรถเครื่องรับจ้างจากทั่วทั้งประเทศอยู่ที่ราวๆ สองถึงสามแสนคันที่ได้รับโควต้านี้ รวมทั้งยังจำต้องคอยผ่านขั้นตอนการอนุมัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ข้างในตอนปลายปีนี้ ซึ่งแนวโน้มที่ข้างต่างๆที่เมืองชวนร่วมให้มาเข้าโครงงานอุดหนุนน้ำมันในคราวนี้ย่อมส่อแววว่า จะร่วมมืออย่างดีเยี่ยม โดยยิ่งไปกว่านั้นในข้างของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งมีทีท่าแรงกล้าที่อยากได้ร่วมประมูลโครงงานลงทุนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 ท่าอากาศยานที่มีมูลค่าเป็นอย่างมากเป็นจุดหมายสำคัญที่ยากจะไม่ยอมรับความร่วมแรงร่วมมือในเรื่องพวกนี้ tengtode
เท่านั้นไม่พอ ในเวลานี้เมืองยังมีแต้มต่อที่ส่อว่าจะสามารถชักนำ ให้ข้างต่างๆร่วมมือในเรื่องอื่นๆได้อีกด้วย ได้แก่ การอุดหนุนผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการขับรถเมล์ชนิดอื่นๆที่แรกเริ่มแล้วทาง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำต้องแบกภาระอยู่แล้วในงบประมาณถึงปีละประมาณ2,500 ล้านบาท
และก็แน่ๆว่าเรื่องที่เมืองต้องหาทางอุดหนุนพลเมืองอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงพื้นฐานเสียงในระดับรากต้นหญ้าและก็พสกนิกรทั่วๆไป ซึ่งก็คือการเกื้อกูลผู้ประกอบกิจการห้องอาหาร และก็ผู้ใช้ครอบครัวต่างๆที่มีการใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวซึ่งแม้ว่าจะยังคงข้อตกลงจำกัดไว้แม้กระนั้นเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยก็ตาม แต่งบราวๆสำหรับเพื่อการตรึงราคานั้นยังคงมีตัวเลขของการแบกแบกรับภาระสูงอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งทาง ปตท เองก็มีการหาหนทางลดหย่อนภาระหน้าที่ของตัวเองในวิถีทางที่เรียกร้องให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแบ่งแบกภาระในอัตราที่ 2 บาทต่อลิตร โดยที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะเหลือการแบกรับภาระอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งไม่ว่าเช่นไรเสีย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เองนั้นเป็นที่ทราบดีว่ามีองค์ประกอบการมีหุ้น ของผู้มีอำนาจในประเทศอยู่เยอะแยะหลายราย การใช้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีหน้าที่หลักสำหรับในการช่วยเหลือเมืองบางทีอาจไม่ใช่ง่ายได้ทั้งหมดทั้งปวง
อย่างไรก็ดีจะต้องรอติดตามกันถัดไปว่านโยบายใหม่ต่างๆที่เมืองกำลังมุ่งทำงานช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบกิจการรถประจำทางรับจ้าง เริ่มที่รถจักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะได้รับผลตอบรับแล้วก็ความซาบซึ้งต่อเมืองมากมายแค่ไหน